เมนูคัดสรรบนจอฟิล์มของเควนติน แทแรนติโน

ชวิศา หีตเสมียน เขียน

อาหารเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตที่ขาดไม่ได้ เป็นสิ่งที่ให้ทั้งพลังงานและความสุข นอกจากบทบาทที่สำคัญในชีวิตจริงแล้ว อาหารยังมีบทบาทที่สำคัญอย่างคาดไม่ถึงในโลกภาพยนตร์อีกด้วย

ผู้กำกับชื่อดังอย่างเควนติน แทแรนติโน (Quentin Tarantino) ผู้ฝากผลงานอันน่าประทับใจไว้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Reservoir Dogs (1992), Pulp Fiction (1994), Jackie Brown (1997), Kill Bill (Vol. 1 2003; Vol. 2 2004), Death Proof (2007) และ Inglorious Basterds (2009) และ Django Unchained (2012) นั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าชอบนำอาหารมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของภาพยนตร์ เรียกได้ว่าภาพยนตร์แทบทุกเรื่องของเขาจะต้องมีฉากที่น่าจดจำเกี่ยวกับอาหารอย่างน้อยหนึ่งฉาก

ฉากอาหารที่ใส่มาในภาพยนตร์ของเขานั้นไม่ได้มีไว้แค่เพื่ออวดความน่ารับประทานของอาหารให้ผู้ชมน้ำลายสอเล่น ๆ แต่ยังแฝงไว้ด้วยสัญลักษณ์มากมาย ทั้งเพื่อแสดงนิสัยของตัวละคร เป็นหัวข้อของการสนทนาทางปรัชญา แสดงถึงความพ่ายแพ้ แสดงถึงอำนาจ หรือแม้แต่ใช้เป็นอาวุธ

คอลัมน์คุยออกรสใน a LA carte ฉบับนี้จึงอยากแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับอาหารหลากชนิดในภาพยนตร์ของเควนติน แทแรนติโน่กันค่ะ

5$ Milkshake จากเรื่อง Pulp Fiction

ที่มา http://www.pinterest.es/pin/663788432547808858/?fbclid=IwAR1osyuVw_DPBQ39WCvLtW6
jimCt7p9HWLSQEzPzNYmrkjAEo0VGg73ueFE

เมนูแรกคือมิลค์เชคหรือนมปั่นนั่นเอง มิลค์เชคเป็นเครื่องดื่มอเมริกันขนานแท้ซึ่งมีต้นกำเนิดในราวทศวรรษที่ 1880 ได้แพร่เข้าไปในยุโรปเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และเข้ามาในประเทศไทยเมื่อราว 50 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันมิลค์เชคเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ส่วนผสมหลักของมิลค์เชค ได้แก่ นม นำมาผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ อย่างไอศกรีม ผลไม้ และเครื่องแต่งรสอื่น ๆ ในยุคแรกส่วนผสมต่าง ๆ ของมิลค์เชคจะถูกนำมาเขย่าด้วยมือจนขึ้นฟอง ส่วนในปัจจุบันนั้นมักจะใช้เครื่องปั่นในการทำเครื่องดื่มชนิดนี้

มิลค์เชคในเรื่อง Pulp Fiction มีราคาถึงแก้วละ 5 ดอลลาร์ด้วยกัน ซึ่งเมื่อดูค่าเงินในสมัยที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉากฉายแล้วก็ต้องถือว่าเป็นมิลค์เชคที่ราคาแพงพอสมควรเลย แต่เมื่อดูรีวิวจากตัวละครที่บอกว่า “มิลค์เชคนี่อร่อยเป็นบ้า (That’s a prettr f***ing good milkshake)” แล้ว ก็เชื่อได้ว่ารสชาติของมิลค์เชคแก้วนี้คงจะอร่อยสมราคาแน่นอน

Royale with Cheese จากเรื่อง Pulp Fiction

ที่มา http://quotespics.com/royale-with-cheese-pulp-fiction/?fbclid=IwAR0p74RrYidniX_F1fzftn4izjlQx18c_VW30vJKB5J9lJnBF6EJYszFYlk

เมนูนี้ไม่ได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์แต่มาแค่ชื่อ จากบทสนทนาสัพเพเหระบนรถของสองตัวละครหลักในเรื่อง Pulp Fiction ที่ถกกันว่าคนฝรั่งเศสเรียกชีสเบอร์เกอร์ว่าอะไร โดยวินเซนต์ เวก้า หรือหนุ่มผมยาวที่เห็นในรูปนั้นก็ได้บอกว่าชาวฝรั่งเศสเรียกชีสเบอร์เกอร์ว่า Royale with Cheese ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะความจริงแล้วพวกเขาเรียกว่า Royal Cheese เฉย ๆ

เมนูชีสเบอร์เกอร์เป็นอีกหนึ่งอาหารอเมริกันยอดนิยมที่มีขายทั่วไปตามร้านฟาสต์ฟู้ด คาดว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนี โดยคำว่า “เบอร์เกอร์” มีที่มาจากคำว่า “ฮัมบูร์ก” ซึ่งเป็นชื่อเมืองในประเทศเยอรมนี เมนูนี้ได้เข้ามาแพร่หลายในอเมริกาโดยผู้อพยพชาวเยอรมัน

ส่วนผสมโดยทั่วไปของชีสเบอร์เกอร์มีแป้งเบอร์เกอร์ที่ประกบไส้ไว้ ไส้ของเบอร์เกอร์มีชีสวางอยู่บนเนื้อชนิดต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะวางชีสลงไปในชณะที่เนื้อกำลังย่างร้อน ๆ อยู่บนเตาเพื่อให้ชีสละลายลงบนเนื้อ จากนั้นเติมผักต่าง ๆ เช่น ผักกาดหอม มะเขือเทศ หอมใหญ่ แตงกวาดอง และราดด้วยซอสอย่างมัสตาร์ด มายองเนส และซอสมะเขือเทศ

Nachos จากเรื่อง Death Proof

ที่มา https://kokannrilche.cf/912784-death-proof-nachos-recipe.jsp?fbclid=IwAR2WCCGb9En0NwQB6FyCGvN5Rz6tHWGAaZVhxWt7xkj61jOCkMZGPeaOm88

นาโช เป็นอาหารเม็กซิกันเมนูหนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบของคนมากมายทั่วโลก มีที่มาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จากการคิดค้นของอิกนาซิโอ อนายา (Ignacio Anaya) ซึ่งเขาต้องการทำอาหารให้เหล่าภรรยาทหารอเมริกันรับประทาน ทำให้ต่อมาอาหารชนิดนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวอเมริกัน

ก่อนจะเป็นนาโชนั้น เมนูนี้เป็นเพียงแป้งตอร์ติญาข้าวโพดหั่นเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ นำมาทอด เสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยกินกับดิปอย่างมะเขือเทศ ซัลซ่า หรือกัวคาโมเล ต่อมาอิกนาซิโอได้พัฒนาเป็นนาโชโดยนำแป้งตอร์ติญาข้าวโพดทอดกรอบหั่นสามเหลี่ยมนั้นมาโรยหน้าด้วยชีสขูด เนื้อบด หอมแดงสับ ราดด้วยน้ำจิ้มที่ช่วยเพิ่มรสชาติเผ็ดเปรี้ยวอย่างซัลซ่าซอส และเติมกัวคาโมเลหรือซาวครีมเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว และหากอยากเพิ่มรสเผ็ดให้ทานคู่กับพริกจาลาปิโนดอง ส่วนชื่อเรียกนาโชเป็นชื่อที่มาจากชื่อเรียกสั้นๆ ของอิกนาซิโอนั่นเอง

Big Kahuna Burger จากเรื่อง Pulp Fiction

ที่มา http://www.tvovermind.com/
12-awesome-fictional-brands-in-movies/

Big Kahuna Burger เป็นร้านฟาสต์ฟู้ดสมมติในจักรวาลภาพยนตร์ของเควนติน ทาแรนติโน่กับโรเบิร์ต รอดวิเกวซซึ่งปรากฏในภาพยนตร์ของเขาหลายเรื่อง เช่น Reservoir Dogs, Four Rooms, From Dusk Till Dawn, Death Proof และ Pulp Fiction ซึ่งทำให้หลาย ๆ คนเข้าใจว่าร้านนี้มีอยู่จริงและพยายามตามหาร้านเพื่อลองกินแต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะร้านนี้เป็นเพียงร้านในภาพยนตร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีร้านหลายแห่งที่ตั้งชื่อร้านว่า Big Kahuna Burger หรือได้บรรจุ Big Kahuna Burger ไว้เป็นเมนูของทางร้านแล้ว ในกรุงเทพฯ เองก็มีร้านที่ขายเมนู Big Kahuna Burger เช่นกัน

ส่วนเบอร์เกอร์นี้ จากที่เห็นในภาพยนตร์ก็เป็นเพียงเบอร์เกอร์อเมริกันธรรมดาทั่วไปที่มีชีส กะหล่ำปลี มะเขือเทศ และแป้งเบอร์เกอร์ แต่หากอยากลองสัมผัสประสบการณ์ “อื้มมม! เบอร์เกอร์นี้โคตรอร่อย (Umm! This is a tasty burger)” เหมือนอย่างตัวละครจูลส์ในเรื่อง Pulp Fiction แล้วละก็ ผู้อ่านก็สามารถไปลองชิมเมนูนี้กันได้

Apple Strudel จากเรื่อง Inglorious Basterds

ที่มา https://www.popsugar.com/love/photo-gallery/7632531/image/7632546
/Col-Hans-Landa-Inglourious-Basterds

แอปเปิล สตรูเดิลเป็นขนมดั้งเดิมของชาวเวียนนาและเป็นอาหารประจำชาติของประเทศออสเตรีย ขนมชนิดนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 โดยเกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยมากมายในจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีภายใต้ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก โดยคาดว่าดัดแปลงมาจากขนมบาคลาวาของตุรกี

สตรูเดิลนั้นมีหลายไส้ แต่ไส้ที่เป็นเอกลักษณ์ของออสเตรียคือไส้แอปเปิ้ล ส่วนประกอบของแป้งสตรูเดิลประกอบไปด้วยแป้งสาลี เนย และเกลือ ขั้นตอนการทำเริ่มจากนำแป้งมารีดให้บางจนมองทะลุได้ นำไปอบและโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง และนำไปเสิร์ฟแบบอุ่น ๆ นิยมรับประทานกับไอศกรีมหรือจะทานกับครีมแบบในเรื่อง Inglorious Basterds ก็ได้เช่นกัน      

นอกจากความน่ารับประทานของสตรูเดิลแล้ว บทบาทของสตรูเดิลในเรื่อง Inglorious Basterds ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ดำเนินเรื่องในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ถือเป็นฉากในตำนานที่บีบคั้นอารมณ์และมีความหมายซ่อนอยู่มากมาย เนื่องจากนายทหารนาซีผู้นี้ใช้สตรูเดิลและนมหนึ่งแก้วในการย้ำเตือนสาวชาวยิวผู้รอดชีวิตถึงการสูญเสียของเธอตอนหลบซ่อนตัวจากทหารนาซีอยู่ในฟาร์มโคนม นับว่าเควนตินเก่งมากที่สามารถถ่ายทอดสัญญะต่าง ๆ ผ่านอาหารได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/30
https://specialfood.co.th/item/656-apple-strudel…-ขนมที่ชาวเวียนนาหลงรัก
https://www.jetradar.co.th/blog/top-10-sweets-from-10-countries/
https://web.facebook.com//TuaronPopcorncheese/photos/a.504605329589957/1348883598495455/?type=1&theater
https://www.dek-d.com/board/view/3343534/
https://themomentum.co/happy-feature-mexican-101/
https://th.wikipedia.org/wiki/นมปั่น
https://www.maeban.co.th/บทความ/271/smoothie-กับ-milkshakes-ต่างกันอย่างไร.php
http://www.roytawan.com/forum/index.php?topic=7200.0
https://www.ifc.com/2015/02/ranking-the-foods-in-the-tarantino-un…
https://th.wikipedia.org/wiki/ชีสเบอร์เกอร์
https://th.wikipedia.org/wiki/แฮมเบอร์เกอร์