แบกเป้ ไปเท่ห์ที่ Vietnam

กนกวรรณ แจ่มจำรัส เขียน

ไปไหนมา ฉบับนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับประเทศเวียดนามที่บอกได้เลยว่าน่าไปไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ผ่านมุมมองของ ‘ พี่จูน ’ ปี 4 คณะศิลปศาสตร์ เอกวิชาภาษาไทย ที่จะมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสทั้งวัฒนธรรมและผู้คนของประเทศเวียดนามแบบที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน

ถ้าอยากรู้ว่าประเทศเวียดนามจะมีความน่าสนใจให้ตกหลุมรักยังไงบ้าง ไปดูกันเลย!

แนะนำตัวและพูดถึงโครงการที่ไปหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ พี่ชื่อจูน พชรวรรณ เกียรติเวธี นักศึกษาชั้นปีที่สี่ คณะศิลปศาสตร์ เอกวิชาภาษาไทย พี่ไปโครงการ Mu backpack scholarships 2017 เมื่อวันที่ 25 พ.ค 2560 – 31 พ.ค 2560 ค่า

ทำไมถึงเลือกไปโครงการนี้คะ

‎เหตุผลที่เลือก โครงการนี้ ตอนแรกเลยเราแค่คิดแบบเด็กๆ ว่า เฮ้ย ได้ตังค์ไปเที่ยวหาประสบการณ์แบบฟรี ๆ เลยอ่ะ แต่พอได้เข้าร่วมประชุมรอบแรกที่ทางทีมงานจัดแล้วรู้สึกว่า มันไม่ใช่การไปเที่ยวแล้ว (หัวเราะ) มันคือการไปเรียนรู้ต่างที่ ต่างวัฒนธรรมต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้นพี่ก็ไม่ถอดใจนะ แรก ๆ ก็กะจะฟอร์มทีมกับเพื่อนในคณะ แต่ตอนนั้นเพื่อนบางคนไม่สะดวก บางคนต้องไปเวิร์ค บางคนไปค่าย พอฟอร์มได้ก็ไม่ครบ จนวันหนึ่งเพื่อนสภานักศึกษามาชวนพี่ไปร่วมทีมด้วย หลังจากนั้นพวกพี่ก็ฟอร์มทีมขึ้นมาในฐานะของสภานักศึกษาของมหาลัย

ขั้นตอนการสมัครและการคัดเลือกของโครงการนี้เป็นอย่างไร

ก่อนสมัครพวกพี่ไปฟังประชุมครั้งแรกก่อนว่าโครงการนี้เป็นไง ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนี้ตลอด พอประกาศออกมาว่าต้องทำไงบ้าง ก็อ่านทุกอย่างจนครบ วิเคราะห์กันออกมาว่าจะสร้าง travel plan ยังไงให้อยู่ในงบที่จำกัด ได้ความรู้ ประสบการณ์ และคุ้มค่ามากที่สุด ขั้นตอนการสมัครคือ เขียนชื่อใส่ในแบบฟอร์มที่เค้ามีให้ค่ะ และบอกว่ามาจากสังกัดไหน อย่างของพี่คือสภา ก็สังกัดสภานักศึกษา หลังจากนั้นก็ทำ proposal แผนการเดินทางของเราทั้งหมด ตามแผนที่เราว่าไว้ และก็ส่งให้กับกองกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ที่ MLC ชั้น 3 ‎มาถึงตอนคัดเลือก จะมีสามรอบ รอบแรกจะคัด proposal ของแต่ละคนว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ก็จะมีคนตกรอบไป รอบ 2 คือสัมภาษณ์แบบ นำเสนองานค่ะ ว่าเราจะทำยังไง อาจารย์ที่สัมภาษณ์จะจี้เราทุกจุดจนเค้ามั่นใจว่าแผนของเราดีและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องของเราให้ด้วย รอบนี้ก็จะมีคนตกรอบเยอะมาก ๆ

ก่อนไปต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ

‎ก่อนไปเตรียมตัวเยอะมาก เริ่มตั้งแต่การทำ proposal เลย คือการทำ proposal เนี่ย มันคือการที่เราแผนส่งให้มหาลัยเพื่อให้มหาลัยมั่นใจได้ว่า เราสามารถเอาตัวรอดและหาประสบการณ์จากที่นั่นได้ค่ะ แบบใน proposal จะมีทั้งข้อมูลประเทศ travel plan, budget plan, emergency plan และก็ยังมี plan 1 2 3 อีก คือเราเตรียมตัวกันก่อนที่จะส่ง proposal อีกนะ พอสัมภาษณ์ก็จะได้เทคนิค การแก้ไขปรับปรุงกับอาจารย์ และอีกอย่าง หลายคนคิดว่าโครงการนี้ต้องเก่งภาษาอังกฤษใช่ไหม แต่จริง ๆ ไม่ใช่เลย แค่มีทักษะการสื่อสารแบบโอเค พูดได้บ้าง เพราะที่สำคัญคือต้องรู้จักเอาตัวรอดเก่ง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีค่ะ ต้องแสดงให้อาจารย์เห็น ให้เขามั่นใจและอีกสิ่งที่สำคัญคือ ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วย ทั้งกายและใจเลย กายที่สมบูรณ์แข็งแรงพร้อมกับการออกเรียนรู้ และใจที่เปิดกว้างที่พร้อมจะรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา

ไปที่ไหนในประเทศเวียดนามมาบ้างคะ

พี่ไปโฮจิมินห์ค่ะ ไปเมืองเดียว แต่ไปหลายที่ในเมืองนั้น เช่น พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ของเวียดนาม, independent palace, Ho Chi Minh City Museum of Fine Arts, Museum of Vietnamese History, Nortre Dame Cathedral of Saigon คือเรียกได้ว่าไปทุกๆที่เป็นแลนด์มาร์คของเมืองนี้เลย สาเหตุที่พี่เลือกไปเมืองนี้เมืองเดียวเพราะ พวกพี่ต้องการที่จะอยู่ซึมซับวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์จากที่นี่ อยากมองดูวีถีชีวิตผู้คนเมือง อะไรประมาณนี้ (หัวเราะ)                            

สถานที่ที่พี่ไปล้วนแต่เป็นสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของเวียดนามได้ทั้งที่เป็นประวัติศาสตร์และปัจจุบัน อีกที่ที่สำคัญที่พี่ไปคือ มหาวิทยาลัยของโฮจิมินห์ คือ Vietnam National University (VNU) ที่เป็นมหาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศเขาเลย

พวกพี่ได้ไปแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องการจัดการองค์กรนักศึกษาร่วมกับสภานักศึกษาของที่นั่น ทำให้พี่ได้เพื่อนใหม่ที่เป็นชาวเวียดนามและก็ได้ออกไป hang out กัน ในสถานที่ที่วัยรุ่นเวียดนามไป เช่น ตลาดตอนกลางคืน ร้านอาหารที่ไม่มีรีวิวในอินเทอร์เน็ต พี่ได้กินอาหารแบบพื้นเมืองของแท้ ๆ จากการแนะนำและการพาไปของเพื่อนชาวเวียดนามนี่แหละ

คิดว่าได้อะไรจากการ Backpack ครั้งนี้

‎สิ่งที่ได้จากการไปครั้งนี้ แน่นอน พี่เชื่อว่าทุกคนจะได้ความรู้ ตั้งแต่การทำ proposal แล้ว และได้ประสบการณ์จากการไปสัมผัสพื้นที่จริง แต่ละกลุ่มก็จะได้ประสบการณ์ต่างกัน แต่สำหรับพี่ สิ่งที่ได้จากครั้งนี้คือ มิตรภาพ ที่ได้จากเพื่อนต่างคณะ ที่ถ้าไม่มีโครงการนี้ พี่อาจจะไม่รู้จักพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ได้มิตรภาพจากเพื่อนต่างชาติชาวเวียดนามที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแล้ว จนถึงตอนนี้พี่กับเพื่อน ๆ ก็ยังติดต่อกัน เขามาไทยพวกพี่ก็ไปเป็นไกด์ให้ พี่ไปเวียดนามพวกเขาก็พร้อมที่จะต้อนรับพี่อยู่

ฝากอะไรถึงน้องๆที่สนใจอยากจะไป backpack แบบพี่หน่อยค่ะ

‎ฝากถึงน้องๆ พี่รับรองเลยว่าโครงการนี้ดีมากๆ สำหรับพี่มันคือการก้าวผ่านจาก comfort zone กล้าที่จะสมัคร ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมาก กล้าที่จะแสดงทัศนคติและแนวคิดของตัวเองผ่าน proposal กล้าที่จะนำเสนอความคิดของตัวเองให้อาจารย์ได้ดู จนสุดท้าย ก็กล้าที่จะออกไปเผชิญกับอีกสถานที่ที่แตกต่างไปจากประเทศไทยของตัวเอง อย่างเวียดนาม ไปแบบ Backpack ครั้งแรกกับเพื่อนที่ร่วมชะตากรรมกันมาตั้งแต่ฟอร์มทีมจนวันจบการเดินทาง โดยเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าในแต่ละวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้น พี่อยากจะแนะนำให้น้องได้ลองไปสัมผัสกับโครงการนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ผ่านการคัดเลือก แต่พี่เชื่อว่าน้องจะได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากการทำ proposal แน่นอน

เป็นยังไงกันบ้างคะกับประสบการณ์การ Backpack ไปต่างแดนของพี่จูน เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงอยากออกไปหาประสบการณ์ ความรู้และเพื่อนใหม่กันแล้ว อย่ารอช้า สะกิดคนรู้ใจแล้วเก็บกระเป๋าไปเวียดนามกันเลย

สำหรับ ไปไหนมา ฉบับหน้าจะพาไปประเทศไหนอีกฝากทุกคนติดตามกันด้วยนะคะ รับรองว่าได้ความรู้และความน่าสนใจไม่แพ้ฉบับนี้แน่นอน แล้วเจอกันค่า