LA Fest มันจนหยุดไม่อยู่

ยศภัทร กาฬษร เขียน
สุชานันท์ กกกระโทก พิสูจน์อักษร
สุวิชญา แสงสีจันทร์ ภาพประกอบ

LA Festival 2019 เทศกาลดนตรีสุดมันที่คุณจะหยุดตัวเองไม่อยู่ ต้องขยับร่างกายปล่อยอารมณ์ไปพร้อมกับเสียงเพลงที่เหล่าศิลปินเตรียมมาให้คุณอย่างจุใจ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เรามาทำความรู้จักกับเหล่าวงดนตรีและเพลย์ลิสต์ที่ต้องฟังก่อนมางาน เพื่อคุณจะได้ไม่พลาดไปกับความมันที่เราจัดมาให้คุณอย่างเต็มที่

Whal & Dolph

2 หนุ่มแห่งค่าย What The Duck ดอล์ฟ นักร้องหนุ่มเสียงนุ่มไพเราะที่ใครได้ฟังต่างก็เคลิ้มตาม เเละ วาฬ มือกีต้าร์หนุ่มฝีมือเยี่ยม ด้วยแนวเพลงอินดี้ป็อบที่เป็นเอกลักษณ์รวมกับเสียงนุ่ม ๆ และเสียงกีตาร์แล้วนั้น รับรองเลยว่าผู้ฟังที่มางานจะต้องเคลิบเคลิ้มตามเพลง หากจะพูดถึง 3 เพลงฮิตของทั้งสองหนุ่ม ‘ฉันยังเก็บไว้’ ‘รอให้เธอบอก’ และ ‘นานนาน’ คงเป็นเพลงที่คุ้นหูของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน

ฉันยังเก็บไว้

“มีเพียงสองเราเท่านั้น ที่จะอยู่เคียงข้างกัน เหมือนวันก่อน ห่างกันแสนไกล จากกันแสนไกล อาจไม่พบเจอ แต่เธอไม่เคยหายไป จะไม่ผันแปรเปลี่ยน ไม่ว่านานเท่าไหร่ ฉันยังคงเก็บเอาไว้”

ความรักที่จบลงแต่ความทรงจำยังคงแจ่มชัด ความรู้สึกที่ไม่เคยถูกแทนที่ด้วยคำว่าเลิกรา เธอจะยังอยู่ในความทรงจำของเขา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ยังคงดังกึกก้อง แม้จะไม่มีเธออยู่ข้างกายเหมือนดังวันก่อน แม้ความหมายของเพลงจะเศร้าจนจะขาดใจก็ตาม แต่ในบางครั้ง ความเศร้าของเพลงก็ยังมีท่วงทำนองที่ไพเราะเหมือนกับความทรงจำที่สวยงามเหมือนกับครั้งอดีต

รอให้เธอบอก

“โอ้ เธอน่ะใจร้าย หรือฉันเองไม่มีความหมาย พอให้เธอบอก”

อารมณ์ตัดพ้อที่ใครหลายต่างเคยประสบ ภาวะจำยอมต่อความสัมพันธ์ จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ความสับสนระหว่างความรักของเธอกับความรักของเราจะเลือกทางไหนดี รอแค่เธอเท่านั้น ที่จะเป็นผู้เฉลยให้กับความสงสัยในหัวใจของฉัน

นานนาน

“เธอเหมือนสายลมยามบ่าย ช่วยทำให้ฉันผ่อนคลาย และคล้ายว่าเธอนั้นมี มนต์สะกดฉันไม่ให้ไปไหน”

การขอร้องที่แสนหวาน การเปรียบเทียบที่ชวนฝัน ความหมายของเพลงที่ตรงไปตรงมา คำพูดเหล่านี้คงจะเป็นเหมือนคำนิยามที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพลงนี้ การที่เรารักใครสักคนหนึ่ง เราก็คงอยากให้เขาอยู่กับเราไปนาน ๆ ไม่ว่าจะรอยยิ้มที่สดใสของเขา หรือการกระทำที่แสนจะเอ็นดู แค่นี้คำว่าขอร้องก็คงไม่ใช่เรื่องยาก หากเธอคนนั้นคือเจ้าของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเหล่านั้น

The Parkinson

The Parkinson วงดนตรีแนวป็อบ-โซลที่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ด้วยเสียงร้องอันทรงพลังที่ใครได้ฟัง ต่างต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความไพเราะ และความหมายที่จะยากจะอธิบาย ภายในวงประกอบไปด้วยสมาชิก 3 คนได้แก่ กานต์ (ร้องนำ) โต (มือเบส) และ เบียร์ (มือกลอง) หากจะพูดถึงเพลงที่ทุกคนต่างร้องอ้อ! แล้วนั้น คงจะเป็นเพลงไหนไม่ได้นอกจากเพลง เพื่อนรัก และ จะบอกเธอว่ารัก

จะบอกเธอว่ารัก

“จะบอกเธอว่ารัก หมดไปทั้งหัวใจ เธอได้ยินไหม หยุดมันไม่ไหวตั้งแต่แรกเจอ อ่อนแอทุกครั้ง แค่เพียงได้เห็นแววตาของเธอ”

ความรักที่อัดอั้นภายในใจ จะบอกออกไปก็กลัว หรือถ้าไม่บอกก็ทรมาน สองตัวเลือกที่ดูเหมือนจะแตกต่าง แต่กลับไม่สร้างความมั่นใจในการตัดสินใจแม้แต่น้อย เพราะเธอคือคนสำคัญ สำคัญเกินกว่าที่เขาจะเสียเธอไปด้วยคำว่า “ฉันชอบเธอ” แต่แววตาที่อ่อนหวาน ความรู้สึกที่เปี่ยมล้น รวมกับความรู้สึกที่มีต่อเธอทั้งหมดนั้น “ฉันรักเธอ” คงไม่ใช่คำที่ยากเกินกว่าที่จะพูดออกไป

เพื่อนรัก

“แค่เพื่อนเท่านั้น พยายามเข้าใจ แต่ทำไมในใจของฉันยังสั่น Oh baby เธอ… เธอคงไม่รู้ว่า… เพื่อนเธอคนนี้ ภายในใจนั้นข้างใน…ได้เปลี่ยนไปแล้ว”

ความสัมพันธ์ที่ยากที่จะอธิบาย ความรู้สึกที่ไม่กล้าแม้แต่นึกถึง ในเมื่อเธอและเขาต่างก็เป็นเพื่อนกัน เพื่อนที่จะไม่มีวันหักหลังความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่เขาทำมันไปแล้ว ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอแปรเปลี่ยนเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง รักเพื่อน คำนิยามแห่งรอยร้าวภายในใจ

เสียงเต้นของหัวใจที่ไม่มีวันเต้นเป็นจังหวะเดิมอีกต่อไป จะหยุดรอยร้าวเพื่อรักษาความสัมพันธ์ หรือเดินต่อตามเป้าหมาย ที่ไม่มีใครรู้นอกจากโชคชะตาเพียงเท่านั้น

Paradox

Paradox วงดนตรีสุดแนวอีกหนึ่งวงของประเทศไทยที่ไม่ได้มีแต่ความเท่ของสมาชิกเพียงเท่านั้น แต่ยังมีแนวเพลงที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ออลเทอร์นาทิฟร็อก มอเดิร์นร็อก อินดี้ร็อก และ เดธเมทัล ด้วยความหลากหลายของเพลงนี้เอง จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้วงนี้ถือได้ว่าเป็นตำนานของประเทศไทยเลยทีเดียว ในวงนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกรวมทั้งสิ้น 4 คน ได้แก่ ต้า (ร้องนำ- กีตาร์) บิ๊ก (กีตาร์) สอง (เบส) และ โจอี้ (กลอง) ด้วยสมาชิกที่มีจำนวนเยอะขนาดนี้ รับรองเลยว่าสนุกจนหยุดไม่อยู่อย่างแน่นอน จะเต้นหรือจะร้อง หรือจะทั้งเต้นทั้งร้อง ก็ทำได้ตามใจที่ LA Fest เท่านั้น

ปลายสายรุ้ง

“หา หาเธออยู่ไหน ฉันยังคงรอเธออยู่ วันที่ฟ้าสีคราม เปลี่ยนเป็นฤดูกาลอบอุ่น รอให้เธอบินกลับมา

แล้ว..นับต่อจากนี้ จะมีแต่น้ำตาแห่งความสุข ที่ไหลรินออกมาด้วยไออุ่น จากเราสองคนด้วยรัก….”

คำว่ารักถูกแทนที่ด้วยคำว่าเลิกรา หัวใจที่เคยถูกเหนี่ยวรั้ง มาวันนี้ได้โบยบินไปจากใจเขา น้ำตาแห่งความรักไหลรินทุกค่ำวัน ด้วยภาพความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่จริง เขายังคงรอคอยเธออยู่ ด้วยความหวังที่ว่า สักวันหนึ่งเธอคงจะกลับมา ที่ปลายสายรุ้งที่ไม่มีอยู่จริง

ฤดูร้อน

“หยุดทั้งหัวใจ เดินต่อไปไม่มีแสงดาว

โอบกอดน้ำตา โอบกอดหัวใจกับความเศร้า

ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คน ที่สับสนวุ่นวาย

หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด เมื่อเธอมาจากฉันไป

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอ เหมือนก่อน เหมือนเก่าขาดเธอ”

หัวใจที่อ้างว้าง ฤดูร้อนที่ยาวนานยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เธอจากไปแล้ว ไม่มีเธอให้กอด ให้หอม หรือแม้แต่พูดคุย ผู้คนมากมายล้อมรอบกายฉัน แต่ไม่มีใครเลยที่รู้จักฉันได้ดีเท่าเธอ ท้องฟ้าที่เศร้าหมอง ไม่มีอีกแล้ว ดวงอาทิตย์ที่จะยิ้มทักทายฉัน เหมือนกับดวงอาทิตย์ในใจของเธอ

ฤดูร้อนที่ไม่มีเธออยู่เคียงข้าง ก็คงเหมือนกับโลกที่ได้หายไปจากใจของฉันแล้ว

คนบนฟ้า

“วันที่ฟ้า เปลี่ยนเป็นสดใส

วันที่รักฉันนั้นมีความหมาย

วันที่เคยเงียบเหงา จะเป็นวันสุดท้าย

หากฉันได้มีเธออยู่ และเดินไปด้วยกัน ก็ขอให้มีจริง”

ความรักที่รอคอย เธอคนนั้นที่เขาฝันหา ความรู้สึกที่ยากจะคิดหากเกิดความรักขึ้นในจิตใจ ในวันที่เธอกุมมือฉัน เดินคุยกันกะหนุงกะหนิง วันนั้นคงเป็นวันที่สดใสยิ่งกว่าวันไหน ท้องฟ้าสีครามคงบรรเลงเพลงแห่งความสุขรอบกายให้แก่ฉัน แต่เธอยังคงอยู่บนท้องฟ้า สถานที่ที่ฉันไม่อาจเอื้อมถึง เธอจะอยู่ที่ตรงนั้นเนิ่นนานจนฉันค่อย ๆ หายไป

Safeplanet

Safeplanet วงดนตรีอินดี้นอกกระแส ถึงแม้จะเป็นวงนอกกระแสก็ตาม แต่ด้วยแนวเพลงที่สร้างสรรค์บวกกับเนื้อหาของเพลงที่สื่ออารมณ์จากผู้แต่งไปสู่ผู้ฝังอย่างตรงไปมา ทำให้ในปัจจุบัน Safeplanet เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในวงนั้นมีสมาชิกทั้งหมด 3 คน คือ เอ (นักร้องนำ-กีต้าร์) ยี่ (เบส) และ ดอย (กลอง) ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของสมาชิกภายในวง รวมถึงเสียงอันไพเราะ และเนื้อหาของเพลงที่บาดลึกลงไปในใจแล้วนั้น รับรองเลยว่าสาว ๆ คนไหนเดินผ่านก็คงตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน

ห้องกระจก

“เป็นเงาสะท้อนที่เกิดจากดวงตาพาฉันออกไป ช่วยทำให้ฉันได้เจอกระจกของใจ

เธอมาสะท้อนให้เจอกับความจริง ที่ฉันไม่เข้าใจ ว่ามีเรื่องราวมากมาย เมื่อเปิดหัวใจ เปิดหัวใจ ออกไป”

ห้องกระจก สถานที่ปลอดภัยที่ใครหลายคนต่างกักขังตัวเองเอาไว้ข้างใน เพื่อความปลอดภัย หรือความรักที่สูญสิ้นไปในครั้งอดีต แต่เธอผู้เป็นกระจกบานใหญ่ที่คอยส่องให้ฉันเห็นความจริงที่ว่า โลกใบนี้ยังมีอะไรมากกว่าการขังตัวเองไว้ในห้องกระจก

เธอเข้ามาในชีวิตของฉัน เหมือนกับแสงที่ส่องทุกอย่างให้ฉันเห็นทางออก จนกล้าที่จะก้าวข้ามห้องกระจกนี้ออกไปได้สักที

คำตอบ

“ต้องตอบคำถามมากมายในใจ ฉันเอง ไม่อาจจะหาความจริงใด ๆ ฉันไม่รู้เลย ถึงสิ่งที่คิดอยู่ข้างใน ใจของเธอ”

ความจริงที่อยู่ในใจของเธอนั้น ฉันไม่อาจรู้ได้เหมือนกับข้อสอบที่ไม่มีคำเฉลย เธอเป็นเหมือนปริศนาที่ฉันกำลังแก้ แต่เธอกลับไม่เคยให้ความร่วมมือ ฉันกับเธอต่างก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรากำลังจะจบลง แต่เธอกลับรั้งฉันไว้เพื่ออะไร ฉันอยากจะขอร้องเธอขอให้หยุด ก่อนที่น้ำตาของฉันจะแห้งเหือดไปมากกว่านี้ หยุดก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงโดยไม่มีความทรงจำมาคอยย้ำเตือนว่า ความรักของเรานั้นเคยเกิดขึ้นจริง

ข้างกาย

“อยากจะบอกให้เธอรู้ เธอจะมีฉันข้างกาย

อาจจะเป็นเพียงอารมณ์ที่อ่อนไหว ฉันจะรับมันเอง”

ไม่ว่าเรื่องราวเธอเจอมานั้นจะมากมายสักเท่าใด ฉันคนขี้แพ้ในสายตาคนอื่นจะขอเป็นฮีโร่ต่อหน้าเธอ เพื่อคอยปกป้องเธอจากเรื่องราวที่เธอต้องประสบ ฉันจะเป็นคนที่คอยกล่อมเธอในวันที่ฟ้ากับดาวต่างทอดทิ้งเธอให้อยู่เพียงลำพัง ฉันจะเป็นทุกอย่างตราบที่ใจของเธอต้องการ เพียงแค่เธอเอ่ยเรียกชื่อฉันด้วยเสียงกระซิบที่ฉันปรารถนาก็พอ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s