ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ : เรื่องราวของจดหมายที่ส่งผ่านกาลเวลา

สุทัตตา นิลชัง เขียน

 สุชานันท์ กกกระโทก พิสูจน์อักษร

ฟ้าใส เกิดสันเทียะ ภาพประกอบ

ฟ้าใส เกิดสันเทียะ บรรณาธิการ

.

.

หนังสือ : ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ

แปลจากหนังสือ  : ナミヤ雑貨店の奇蹟

ผู้เขียน : ฮิงาชิโนะ เคโงะ

ผู้แปล : กนกวรรณ เกตุชัยมาศ

สำนักพิมพ์ : น้ำพุสำนักพิมพ์

.

.

รายละเอียดหนังสือ

ในความเงียบสงัดยามวิกาล หัวขโมยสามคนก่อเหตุและเข้าไปซ่อนตัวในร้านชำร้าง ทันใดนั้นก็มีจดหมายลึกลับสอดเข้ามาทางช่องประตู ใครบางคนเขียนเล่าปัญหาชีวิตและขอคำแนะนำจากเจ้าของร้านชำ หัวขโมยทั้งสามจึงนึกสนุกและสวมรอยเขียนตอบเอง 

แต่จู่ ๆ จดหมายที่เขียนก็หายวับไป…แทนที่ด้วยจดหมายฉบับใหม่ ปรากฏว่าจดหมายที่ว่านั้นถูกส่งมาจากอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน พวกเขาสงสัยว่าร้านชำแห่งนี้น่าจะมีกลไกบางอย่าง ทำให้ติดต่อกับคนในอีกยุคสมัยได้ และคนที่น่าจะรู้ ความลับนี้ก็คือ คุณนามิยะ เจ้าของร้าน แต่ปัญหาคือเขาจากโลกนี้ไปหลายสิบปีแล้ว 

เมื่อมิติแห่งกาลเวลามาบรรจบ… ร้านชำที่เคยช่วยเหลือผู้คนมากมายผ่านจดหมาย จะทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีกครั้งได้หรือไม่

.

.

.

.

เรื่องราวในร้านของชำ

หนังสือปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ เป็นวรรณกรรมแนวสะท้อนปัญหาสังคมอย่างชัดเจน ถ้ากล่าวถึงปัญหาสังคม หลาย ๆ คนคงกลัวที่จะลองอ่าน เพราะคิดว่าเนื้อเรื่องต้องหนักและบีบคั้นหัวใจ แต่หากได้ลองอ่านจริง ๆ แล้ว นักเขียนมีลักษณะการใช้สำนวนและการวางโครงเรื่องที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวหนัก ๆ ออกมาในรูปแบบที่เบาสบาย แต่กลับไม่หลงลืมที่จะแทรกแง่คิดของปมปัญหาเรื่องต่าง ๆ ให้นักอ่านได้คิดต่อ

การดำเนินเรื่องออกแนวแฟนตาซีนิด ๆ มีช่องส่งนมที่เปรียบเสมือนกล่องรับจดหมายเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างมิติ อดีต ปัจจุบัน อนาคต และใช้จดหมายเป็นแกนส่งเรื่องราว ซึ่งทำให้รับรู้ถึงปัญหาที่ต้องการจะสื่อในแต่ละบท รวมถึงบรรยากาศภายในเนื้อหามีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งสภาพสังคม วัฒนธรรม รูปแบบการใช้ชีวิต บอกเล่าได้อย่างคลาสสิกน่าหลงใหล

หนังสือเล่มนี้มีตัวละครเอกและปมปัญหาที่ใช้ดำเนินแตกต่างกันออกไป ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือการเขียนโดยใช้ลูกเล่นของช่วงเวลามาผูกกับตัวละครที่ไม่เคยรู้จักกันให้มาพบกันในสถานการณ์ต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 5 เรื่องราวที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและสนุกอย่างคาดไม่ถึง คือ 

จดหมายและปากกาที่ 1 : กระต่ายในดวงจันทร์

เรื่องราวของหญิงสาวที่เดินมาถึงทางแยก เธอต้องเลือกระหว่างใช้เวลาไปกับการเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเข้าคัดเลือกกีฬาโอลิมปิก หรือจะอยู่เคียงข้างสามีที่ป่วยจนถึงวาระสุดท้าย

จดหมายและปากกาที่ 2 : นักดนตรีร้านขายปลา

เด็กหนุ่มที่ทางบ้านอยากให้สืบทอดธุรกิจร้านขายปลา แต่ตัวเขากลับเลือกเดินออกมาทำตามความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรี เขาพยายามทุ่มเทจนกระทั่งลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อหันมาสนใจการเล่นดนตรีเพียงอย่างเดียว และน่าเสียดาย แม้จะพยายามอย่างหนักทุกปี แต่ก็ไม่มีแมวมองคนไหนพอจะเห็นแววนักดนตรีคนนี้เลย จนกระทั่งเขาได้เดินทางไปเล่นดนตรีที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สถานที่ที่เขาได้บรรเลงบทเพลงเอาไว้ในใจของเด็กคนหนึ่งตลอดกาล…เพลงชีวิตใหม่

จดหมายและปากกาที่ 3 : เรื่องราวของคุณเจ้าของร้านชำนามิยะ

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้น ณ ร้านขายของชำนามิยะที่รับปรึกษาทุกปัญหากลุ้มใจ โดยมีคุณตานามิยะเป็นผู้ตอบคำถามด้วยความจริงใจ ไม่ว่าคำถามนั้นจะเป็นเรื่องเล่น ๆ หรือเรื่องที่หนักหน่วงเพียงใด แต่วันหนึ่งคุณตานามิยะกลับรู้สึกว่า ถ้าคำตอบของตนที่ตอบไปนั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนไปในทางเลวร้ายจะทำอย่างไร ความกลัวจึงเริ่มกัดกินในใจรวมถึงปัญหาสุขภาพที่อาการหนักขึ้น คุณตาจึงตัดสินใจเลิกตอบปัญหาทางจดหมายและเดินทางไปอยู่กับลูกชายในเมืองใหม่ แต่แล้วร้านขายของชำกลับยังมาวนเวียนอยู่ในความฝัน ราวกับว่าร้านแห่งนี้กำลังรอคอยให้คุณตากลับไปอีกครั้ง เพื่อส่งจดหมายแห่งความมหัศจรรย์สู่ใครบางคนในอนาคต

จดหมายและปากกาที่ 4 : พอล เลนนอน

การตัดสินใจของเด็กชายที่จะยุติความสัมพันธ์กับครอบครัวในกลางดึกคืนหนึ่ง…ครอบครัวของเด็กชายเคยเป็นครอบครัวที่ถือได้ว่าร่ำรวยมากในยุคนั้น แต่เนื่องจากปัญหาในหลาย ๆ ด้านทำให้บริษัทติดหนี้มหาศาลในเวลาไม่กี่เดือน ความขัดแย้งภายในใจเริ่มก่อตัวขึ้น จนกระทั่งความอดทนก็ขาดผึง เด็กชายได้ตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง หนีจากครอบครัวแล้วออกเดินทางโดยลำพัง…

จดหมายและปากกาที่ 5 : ลูกสุนัขหลงทาง

เด็กสาวต้องการจะตอบแทนบุญคุณของครอบครัวที่รับเธอมาเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอจึงตั้งใจทำงานและหาเงินอย่างสุดความสามารถ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน แต่นั่นเป็นการทำงานที่หนักเกินไปสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ เธอจึงต้องหาตัวช่วยที่จะรับฟังปัญหาด้วยความจริงใจ และแล้วเธอก็ตัดสินใจเริ่มเขียนจดหมายถึง…ร้านชำของคุณตานามิยะ

.

.

.

.

เกร็ดความรู้จากในเรื่อง

“ร้านขายของชำ”

เด็ก ๆ ในยุคนี้คงไม่ค่อยคุ้นหูกับคำว่า “ร้านขายของชำ” กันเท่าไหร่ใช่ไหมคะ แต่ถ้าพูดถึงร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ทุกคนจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน แล้วทุกคนรู้หรือเปล่าคะว่า ธุรกิจร้านขายของชำนั้นในสมัยก่อน เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมและสร้างรายได้เป็นอย่างมากเลยค่ะ

ร้านขายของชำหรือเรียกกันติดปากว่า “โชห่วย” มาจากคำในภาษาจีนแต้จิ๋ว 凑货 [凑 อ่านว่า โฉ่วแปลว่า รวบรวม และ 货 อ่านว่า ห่วย แปลว่าสินค้า] เป็นธุรกิจร้านค้าที่ขายของจิปาถะทุกอย่าง ตั้งแต่ขนม เครื่องปรุงรสในครัว หรือเครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่ เป็นต้น จึงตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่วงวัยได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนเทคโนโลยีเริ่มเข้ามา ทำให้ธุรกิจร้านขายของชำเริ่มถดถอยลด คนนิยมเข้าไปจับจ่ายในร้านสะดวกซื้อที่มีความทันสมัยในด้านการรักษาคุณภาพสินค้ามากกว่า เป็นสาเหตุให้ร้านขายของชำในปัจจุบันบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด

.

.

.

.

.

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

https://bit.ly/2P0RBfv

https://bit.ly/2OQWgkm

https://bit.ly/3jH7So3

https://bit.ly/2Ej7Lit

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s