“แป้ง” ศิลปศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในกรอบของภาษา

บรรณวัชร แซ่ลี้ เขียน

รมิตา เนื่องทองนิ่ม พิสูจน์อักษร

มนัชยา กระโห้ทอง บรรณาธิการ

สุชานันท์ กกกระโทก ภาพประกอบ

อย่างที่เคยได้บอกไปว่าเรียน “ศิลปศาสตร์” ไม่ได้วนเวียนอยู่แต่กับภาษาอย่างเดียว นอกจากพี่มีน สาวเอกไทยหัวใจจิตวิทยาจะแสดงให้เห็น ด้วยการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทคณะแพทยศาสตร์ สาขาสุขภาพจิต ภาคจิตเวชศาสตร์แล้ว พี่แป้ง สาวเอกไทยสายขนมหวาน ยังคงมาช่วยย้ำคำเดิมว่าศิลปศาสตร์หรือ Liberal Arts นั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในกรอบของภาษาเพียงอย่างเดียวจริง ๆ แต่ศิลปศาสตร์ของพี่แป้งนั้นยังเป็นการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ผ่านอาหารกับขนม จนมียอดผู้ติดตามทั้งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจและอินสตาแกรมมากกว่าหลักหมื่น

วันนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์นางสาวปภาวรินทร์ ภาวินาดล หรือ พี่แป้ง คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหิดล LAMU 14 ถึงเรื่องราวการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารผู้ก่อตั้งเพจ “ค่ะเชฟ” กอปรกับการเป็นทั้งแม่ค้า ปาติซิเย่ และเจ้าของร้านเบเกอรี่โฮมเมดที่เคยเป็นกระแสในทวิตเตอร์ระยะหนึ่งอย่างร้าน “bake me feel” ที่มีผู้สนใจจำนวนมากจนไล่ตอบแช็ตไม่หวาดไม่ไหว ใครที่สนใจอยากจะเปิดกิจการขนมหรือทำคอนเทนต์ด้านอาหารบ้าง พลาดไม่ได้แล้วกับบทสัมภาษณ์นี้!

Q : จุดเริ่มต้นของการทำเบเกอรี่โฮมเมดคืออะไรครับ?

A : ปกติแล้วเป็นคนที่ชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กเลยค่ะ เริ่มจากที่บ้านชอบทำอาหาร แล้วนี่ก็ชอบไปวุ่นวายอยากช่วยทำ (หัวเราะ) มันก็ซึมซับมาเรื่อย ๆ เวลาว่าง ๆ จะชอบดูรายการทำอาหาร แล้วเกิดอาการอยากทำตาม เลยลองผิดลองถูกมาเรื่อย ๆ

Q : ช่วยเล่าถึงความเป็นมาของเพจ “ค่ะเชฟ” และการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารหน่อยครับ

A : ตอนแรกมีความคิดที่อยากจะทำเพจหรือสื่ออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการทำอาหารอยู่แล้ว แต่ไม่เคยวางแผนอย่างจริงจังว่าจะทำในรูปแบบไหน จนได้มาเรียนวิชาสื่อใหม่ฯ ของอาจารย์เมย์ แล้วมีโปรเจกต์ที่ให้นักศึกษาสร้างสื่อที่ตนเองสนใจ จะเกี่ยวกับอะไรก็ได้ นำเสนอผ่านช่องทางไหนก็ได้ ให้อิสระทางความคิดมาก ๆ เราก็เลยลองเริ่มต้นจากตรงนี้ดู แล้วก็มีโอกาสได้พัฒนาต่อยอดขึ้นเรื่อย ๆ อะ แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากที่มีคนให้ความสนใจกับเพจของเรา เลยมีกำลังใจอยากทำต่อและอยากทำให้ดีกว่าเดิม

Q : ก็คือมีแรงบันดาลใจทำต่อเพราะสปอนเซอร์?

A : ใช่ ๆ ส่วนนึงเป็นเพราะสปอนเซอร์ด้วย เหมือนเราก็มีรายได้เสริมอีกช่องทางหนึ่ง ที่สำคัญคือได้เก็บประสบการณ์การทำงาน อีกเหตุผลหนึ่งที่อยากทำเพจต่อคืออยากเก็บผลงานทุกชิ้นของเราเอาไว้ในรูปแบบสื่อ เผื่อใครที่สนใจก็สามารถแวะเวียนเข้ามาชมกันได้

Q : จุดเปลี่ยนที่ทำให้ร้าน bake me feel และเพจค่ะเชฟโด่งดังจนยอดฟอลโลว์ไอจีและยอดไลก์แฟนเพจทะลุหลักหมื่นคืออะไร?

A : ถ้าร้าน bake me feel อะ มันเกิดจากเมื่อตอนต้นปี ช่วงเดือนกุมภาฯ มีลูกค้ามาสั่งเค้กจะเอาไปเซอร์ไพรส์เพื่อน แต่ว่าเจ้าของวันเกิดเขาเคยเห็นร้านเราทางไอจีแต่ไม่เคยสั่ง จนเพื่อนเขาเอาเค้กก้อนนี้ไปเซอร์ไพรส์ แล้วเขารู้ว่ามาจากร้านเราเลยไปรีวิวในทวิตเตอร์ประมาณว่า เคยส่อง ๆ เค้กร้านนี้ แล้วอยู่ ๆ เพื่อนก็เอามาเซอร์ไพรส์ บวกกับรีวิวถึงรสชาติและราคา เลยทำให้เกิดการรีทวิตต่อ ๆ กันไป จนยอดรีพุ่งขึ้นไปถึงสี่หมื่นกว่า คนที่เห็นทวิตนี้เลยมาติดตามไอจีร้านมากขึ้น ทักไลน์มาถามรายละเอียดเค้ก จำได้ว่าวันนั้นคนทักมาเยอะมาก เราตอบไม่ทัน มันเกินร้อยข้อความในวันเดียวอะ นั่นแหละ จุดเปลี่ยนก็คือมีลูกค้าเอาไปรีวิวในทวิตเตอร์ให้ แล้วเราไม่ใช่คนที่เห็นทวิตนี้นะ มีเพื่อนมาบอกอีกทีหนึ่ง ก็ตกใจเหมือนกัน (หัวเราะ) พอหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ มีเพจเอาไปโปรโมตให้มากขึ้น

จุดเปลี่ยนของเพจค่ะเชฟคือตอนที่เราเริ่มทำโปรเจกต์นี้มันเป็นช่วงเดียวกับที่ทุกคน work from home เพราะโควิด-19 เลยทำให้คนหันมาสนใจการทำอาหารมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วเพจเราทำคอนเทนต์ที่ทุกคนสามารถทำตามได้ วิธีทำง่ายและอุปกรณ์ไม่ยุ่งยาก ก็เลยมีกลุ่มคนที่สนใจเข้ามาติดตามเพจของเรามากขึ้น แต่จุดพีคคือคอนเทนต์ที่รีวิวร้าน Mana outlet ที่เป็นแหล่งขายอุปกรณ์เครื่องครัว จาน ชามเซรามิค เป็นโพสต์ที่มีคนให้ความสนใจเยอะมาก ๆ เยอะจนทำให้ยอดเอนเกจเมนต์ทะลุหลักล้าน เลยส่งผลให้ยอดติดตามเพจเพิ่มขึ้นแบบ ก้าวกระโดด เรามองว่าอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เพจเติบโตขึ้น เพราะช่วงที่โพสต์คอนเทนต์นี้มันดันไปตรงความต้องการของคนในสังคมพอดี แบบจังหวะดีอะ (หัวเราะ)

Q : เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์หมายความว่าต้องมีทักษะด้านการเขียนดี?

A : ส่วนตัวเราคิดว่าสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การเขียนเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่จะทำให้คอนเทนต์นั้นออกมามีคุณภาพ แต่จริง ๆ แล้วมันต้องใช้ทักษะหลาย ๆ อย่างร่วมกัน กว่าจะออกมาเป็นคอนเทนต์หนึ่งมันต้องผ่านกระบวนการคิด วางแผนมาเยอะมาก เช่น เราต้องคิดถึงกลุ่มเป้าหมายว่าเขาจะสนใจในสิ่งที่เราทำไหม แล้วถ้าทำออกไปแต่ไปคล้ายกับของคนอื่น เราจะมีวิธีที่จะทำให้งานของเราโดดเด่นกว่าได้ยังไง ถ้าพูดถึงทักษะการเขียน คือก็มีผลต่อการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มันเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องใช้สื่อสารกับคนอื่นผ่านตัวอักษร แต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราต้องโฟกัส มันต้องใช้หลาย ๆ ทักษะควบคู่กันไป

Q : สิ่งสำคัญของการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารคืออะไร?

A : อย่างแรกเลยคือต้องมีความสนใจด้านอาหารก่อน เป็นคนชอบกิน เป็นคนชอบทำอาหาร แล้วก็อยากแชร์ประสบการณ์ตรงนี้ให้คนที่สนใจในเรื่องเดียวกันเข้ามาเป็นคอมมูนิตี้ อีกอย่างก็คือต้องเป็นคนใจเย็น เพราะว่าอาหารบางอย่างต้องใช้เวลาในการทำ หรืออย่างพวกเบเกอรี่มันมีสูตรที่ค่อนข้างตายตัว ทั้งขั้นตอนการทำและส่วนประกอบต่าง ๆ ต้องเป๊ะ เราจะไม่สามารถไปเร่งรัดหรือว่าใช้วิธีกะปริมาณได้อะ ก็เลยต้องเป็นคนใจเย็นในระดับหนึ่ง ค่อย ๆ ใช้เวลาไปกับมัน เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือต้องถ่ายรูปสวย รูปต้องดึงดูดให้คนสนใจ

Q : ความยากของการทำร้านเบเกอรี่โฮมเมดและการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารคืออะไร?

A : สำหรับเรา ความยากของการทำร้านเบเกอรี่โฮมเมดกับการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คือการวางแผนและการแบ่งเวลา บางครั้งเราจำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างนี้ในวันเดียวกัน สมมติว่ามีออเดอร์ขนมที่ต้องส่งลูกค้าช่วงเช้า พอส่งเสร็จเราก็ต้องกลับมาทำงานในส่วนของเพจต่อ แล้วยิ่งช่วงเปิดเทอมมีเรื่องเรียนเข้ามาเกี่ยวด้วยยิ่งยากเข้าไปใหญ่เลย คือเราจะต้องแบ่งเวลาให้ดีมาก ๆ พยายามจะไม่ให้ทุกอย่างมาทับซ้อนกัน แต่มันก็ต้องมีบ้างอะที่เราเรียนไปด้วยและมือทำเค้กไปด้วย ขอโทษอาจารย์ด้วยนะคะที่เบื้องหลังการเรียนออนไลน์หนูคือทำเค้กไปด้วย สถานการณ์บีบบังคับจริง ๆ (หัวเราะ) แต่ในความยากมันก็มีความสนุกด้วย ได้คิดอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ท้าทายดี สุดท้ายแล้วเราก็สามารถแบ่งเวลาได้นะ พยายามทำทุกส่วนให้ออกมาดีที่สุด

Q : แสดงว่าการคิดคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารไม่ใช่สิ่งที่ยากสำหรับพี่แป้งใช่ไหมครับ?

A : สำหรับเราคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารไม่ยากนะเพราะเป็นสิ่งที่ชอบ เราทำแล้วมีความสุข แบบนิสัยส่วนตัวเป็นนางจัดแจงอะ (หัวเราะ) ชอบจัดวางองค์ประกอบไรงี้ ก็สนุกดี แต่สิ่งที่ยากคือการทำคอนเทนต์ออกมาอันหนึ่ง มันผ่านขั้นตอนการทำงานเยอะมาก ๆ เริ่มต้นจากการวางแผน คิดสูตร จัดเตรียมอุปกรณ์ ถ่ายทำ ตัดต่อ บางทีก็ต้องดีลงานกับทางลูกค้าด้วย ซึ่งทุกหน้าที่เราทำคนเดียว ก็เลยต้องมีความรอบคอบมากเป็นพิเศษ และต้องแบ่งเวลาให้ดีด้วยเพราะยังเรียนอยู่ บวกกับมีกิจการร้านขนมที่ต้องรับผิดชอบควบคู่กันไป

Q : คอนเทนต์ด้านอาหารแตกต่างจากคอนเทนต์อื่นอย่างไร?

A : ก็อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ว่าการทำอาหารมันต้องใช้เวลาในการทำ บางอย่างมันอาจต้องใช้เวลาเกินครึ่งวัน ข้ามวันก็มี เช่น การทำไอศกรีมไรงี้ มันจะค่อนข้างแตกต่างจากคอนเทนต์อื่น ๆ และการจัดองค์ประกอบของรูปรวมถึงการถ่ายรูปก็สำคัญ เพราะว่าคอนเทนต์อาหารสิ่งที่ต้องคำนึงคือการนำเสนอภาพ นำเสนอแบบไหนแล้วคนถึงอยากกิน อยากทำตามเรา

Q : แล้วพี่แป้งนำประสบการณ์หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากคณะศิลปศาสตร์ มหิดลฯ ไปประยุกต์ใช้กับเพจค่ะเชฟหรือร้าน bake me feel อย่างไรบ้าง?

A : เรื่องที่ได้ใช้โดยตรงเลยก็คือเรื่องการผลิตสื่อ วิชาสื่อใหม่ฯ แล้วก็มีการใช้ภาษาในสื่อเพื่อโน้มน้าวให้คนสนใจงานเรา คนที่เข้ามาสนใจงานเรามันก็มีหลายกลุ่มหลายช่วงอายุ วิธีการสื่อสารก็จะแตกต่างกันออกไป เราก็สามารถหยิบยกวิชาที่เรียนมามาปรับใช้ได้

Q : สุดท้ายนี้มีอะไรอยากฝากถึงน้อง ๆ คณะศิลปศาสตร์ไหมครับ?

A : อยากฝากถึงน้อง ๆ ว่าถ้าเราคิดจะทำอะไรอะ อยากให้ลองเลย ให้ลองลงมือทำไปเลย เพราะความสำเร็จมันเกิดจากการลงมือทำเว้ย คือเราไม่สามารถมาเดาได้ว่าถ้าทำแล้วผลลัพธ์จะเป็นยังไง อะไร ๆ ก็ไม่แน่นอน เราอาจจะทำแล้วตอบโจทย์คนกลุ่มหนึ่ง แล้วได้ต่อยอดอะ มันอาจจะประสบความสำเร็จในอนาคตก็ได้ใครจะไปรู้ ถ้ามีโอกาสหรือช่องทางก็อยากให้น้อง ๆ คว้าเอาไว้แล้วลองเปิดใจทำดู นั่นแหละ ความสำเร็จก็จะรอเราอยู่ข้างหน้าจ้า

สุดท้ายนี้ขอฝากพื้นที่ร้านกันนิดนึงนะคะ “bake me feel” IG : bake me feel และ Facebook ก็ bake me feel รวมถึงเพจ “ค่ะเชฟ” ค่ะ ใครสนใจเรื่องการทำอาหาร อยากได้สูตรอาหารที่ทำง่าย ๆ หรือว่าแหล่งเครื่องครัวต่าง ๆ ก็ติดตามได้นะคะ ขอบคุณค่า 🙂 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s